| นักเดิน มาราธอน |
|
นักเดิน มาราธอน โดย: อักษรสิน เผลอแป๊ปเดียวจากที่ยังนอนอยู่บนเบาะรอให้มาอุ้มพาเดิน เตาะๆ แตะๆ จนมาเดินได้ปร๋อ เห็นลูกแล้วก็น่าชื่นใจนะคะ เผลอแป๊ปเดียวจากที่ยังนอนอยู่บนเบาะรอให้มาอุ้มพาเดินเที่ยว ตอนนี้เดินคล่องจนจับแทบไม่ทันแล้ว แถมซนสะบัดซะด้วย นี่แหละพัฒนาการของเขาล่ะ จากที่ร้องโยเยรอให้อุ้มเวลาไปไหนมาไหน ตอนนี้ไม่ง้อเพราะเดินเองได้แล้ว หนำซ้ำบางทียังจะเดินหนีอีกต่างหาก แล้วตรงไหนห้ามเจ้าตัวเล็กก็จะยิ่งอยากไป เรียกว่าเผลอเป็นไม่ได้ กลัวจะเจ็บตัวเป็นที่สุด เฮ้อ... แต่อย่าเพิ่งเหนื่อยอย่าเพิ่งท้อนะคะ เพราะคุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าเรื่องนี้เจ้าหนูเขาพยายามน่าดู พออายุได้ 9-12 เดือนก็หาที่เหนี่ยวที่เกาะเพื่อจะยึดตัวเองให้ยืนขึ้น พอประมาณขวบ 2 เดือนขาถึงแข็งแรงยืนได้มั่นคง เจ้าตัวภูมิใจเป็นนักหนาพร้อมกับอยากที่จะผจญภัย อยากรู้อยากเห็น เลยแวะเวียนไปดูมุมโน้นรื้อมุมนี้ของบ้านเสียทั่ว จึงไม่แปลกที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ จะขนานนามเรียกวัยนี้ว่า "วัยนักสำรวจ" นั่นเอง เตาะแตะก้าวเดิน อย่างที่บอกไปแหละค่ะ พอเข้าขวบครึ่งก็อยากจะเดินเอง พอถูกอุ้มก็ดิ้นไปดิ้นมาอยากจะลงเดินเหมือนผู้ใหญ่เขาบ้าง คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัยว่า เอ...ทำไมลูกเราถึงได้เดินไปทั่วเดินตลอดเวลาอย่างนี้ จะเดินมากเกินไปหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วสิ่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่สามารถจะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระค่ะ เล่นสนุกถูกใจ การเดินของเจ้าหนูวัยนี้ไม่ใช่เดินอย่างสะเปะสะปะนะคะ แต่เขามีจุดมุ่งหมายก็คือ การเล่น นั่นเอง คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นว่าแต่ก่อนเวลาจะเล่นบล๊อกไม้ ตุ๊กตา หรืออะไรก็แล้วแต่ เจ้าตัวเล็กของเรามักจะนั่งเล่นอยู่กับที่ แต่ตอนนี้ฝันไปเถอะค่ะ เพราะเขาจะเดินเอาบล๊อกไม้อันนั้นไปใส่หม้อแกงหรือไม่ก็กะละมังซักผ้าของคุณแม่แน่นอน หรือไม่ก็ทั้งเหวี่ยงทั้งขว้างลูกบอลเกลื่อนห้อง เรียกว่าเล่นแบบรอบทิศไงค่ะ สำรวจ...เปิดโลก การสำรวจก็คล้ายๆ กับการเล่นน่ะแหละค่ะ แต่การสำรวจนี้คือการนำตัวเองออกไปสำรวจบริเวณแวดล้อมรอบตัวอย่างแน่วแน่เลย อาทิ การรื้อลิ้นชัก เข้าไปเล่นใต้โต๊ะกินข้าว แอบดึงทิชชู่ในห้องน้ำ ลองเอาน้ำมันใส่ผมคุณตามาใส่หัวตัวเอง วีรกรรมแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าซนนะคะ เขาเรียกว่าอยากสำรวจเท่านั้น ฮึม ฮึม...(สร้างงานให้แม่อีกแล้วเจ้าตัวดี) สำรวจ...ประโยชน์ล้นเหลือ อากัปกิริยาอย่างนี้ไม่ใช่แค่ซนเท่านั้นนะคะ มันคือการสร้างประสบการณ์ให้เจ้าตัวเล็กของคุณรู้จักที่จะค้นคว้า แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ประมาณว่าปล่อยให้ซนอย่างอิสระดีกว่าขังเขาไว้ในห้องหรือในเปล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณเองก็จะต้องมีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด อาจจะมีผู้ช่วยงานบ้านด้วยก็ได้จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป - การเดินบ่อยๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อขาและการทรงตัวแข็งแรง ไม่ล้มง่าย วิ่งกระโดดได้ดีคล่องแคล่ว - การเดินช่วยพาเจ้าหนูไปยังพื้นสัมผัส (Sensory) ที่แตกต่างกันออกไป ได้เรียนรู้เรื่องทิศทางในการออกสู่โลกใหม่ - การเล่นในสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างออกไป ทำให้เด็กได้ฝึกคิดต่อ มีความคิดสร้างสรรค์ว่าจะเล่นอะไรกับสิ่งแวดล้อมใหม่นี้ดีนะ - การสำรวจพบสิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวเอง อย่างแรกที่ได้คือความภูมิใจ มีทั้งความสนุก ความตื่นเต้น จนบางครั้งออกอาการขี้อวดหยิบสิ่งที่ไปเจอเอามาให้คุณแม่ด้วย คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแม่แล้วว่าจะกรี๊ด!!...หรือไม่กรี๊ดกับสิ่งที่เขาหยิบมา พ่อแม่ใส่ใจส่งเสริมหนู - เมื่อลูกเริ่มก้าวเดินได้ ความใส่ใจอย่างแรกเห็นทีจะเป็นเรื่องความปลอดภัยนะคะ คุณควรทำบ้านให้รัดกุม มีที่กั้นระหว่างบันไดหรือประตู ยิ่งบ้านไหนมีสระน้ำแล้วยิ่งต้องระมัดระวังให้มาก - การส่งเสริมลูกด้วยของเล่นเต็มตะกร้าไม่ใช่วิธีที่ดีนักนะคะ แต่ควรจะเลือกของเล่นที่เหมาะกับพัฒนาการ เพิ่มทักษะ และความคิดสร้างสรรให้ลูกได้ เช่น ตัวต่อ สีเทียนสีไม้ พลั่วขุดดินและกระป๋องอันจิ๋ว อุปกรณ์บทบาทสมมุติ รถลาก ฯลฯ และไม่ต้องมีเยอะแยะจนเกินความจำเป็นไป - ในเมื่อเจ้าหนูจะต้องอยู่บ้านมากที่สุด คุณก็สมควรจัดบ้านเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้มาก เช่น ลงทุนสร้างบ่อทรายไว้ที่ริมสนามหน้าบ้าน จัดพื้นที่มีมุมหนังสือนิทาน จัดเก็บของรกๆ ให้เขาได้มีที่เดินที่วิ่ง และอย่าปล่อยให้จุมปุ๊กอยู่กับทีวีอย่างเดียว - การมีเวลาให้ลูกเป็นวิธีส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ได้ดีที่สุด เมื่อลูกได้อยู่ใกล้ชิด ได้เล่น ได้พูดคุยกับพ่อแม่แล้ว เด็กจะมีความไว้ใจ สบายใจ ไร้กังวล และรักที่จะเรียนรู้เรื่องรอบๆ ตัวต่อไปค่ะ แบบนี้สิดี สิ่งแวดล้อมที่เอื้อกับการเรียนรู้ไม่ได้จำเพาะแค่ในบ้านเท่านั้นนะคะ ยังมีที่อื่นอีกหลายหลากรอให้เจ้าหนูไปเยี่ยมชม อย่างเช่น * สวนสาธารณะ & สนามเด็กเล่น บ้านไหนแสนจะแคบแค่เดินก็จะชนกันแล้ว พาหนูเที่ยวเล่นข้างนอกเสียหน่อยก็ได้ เลือกให้มีสนามหญ้า บ่อทรายบ้าง เด็กจะได้เรียนรู้หลายอย่าง แล้วอย่าลืมพกของเล่นไปด้วยสักชิ้นสองชิ้นนะครับ * บ้านญาติหรือบ้านเพื่อน แม้ว่าจะเป็นบ้านเหมือนกัน แต่ยังมีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ รอคอยลูกของคุณอยู่ อย่างมองข้ามจุดนี้ไปเสียนะคะ * พิพิธภัณฑ์หรือสวนสัตว์ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะเล็กไปสำหรับสถานที่อย่างนี้หรอกนะคะ เพราะบางส่วนบางมุมเด็ก 2-3 ขวบก็สามารถเล่นได้ หรือไม่ก็ดูพี่ๆ เข้าเล่น สร้างประสบการณ์ในที่แปลกตาสำหรับลูก อย่างเช่น สวนสัตว์นี่ก็มีสัตว์หลากหลาย ให้เขาได้เรียนรู้ค่ะ ได้ฟังแบบนี้แล้วคงคลายความสงสัยได้สักทีนะคะ ว่าทำไมเด็กวัยนี้ถึงได้เดินไม่ยอมหยุดพัก มัวคอยแต่จะหยิบของขึ้นมาเล่น ซึ่งตอนนี้คุณพ่อคุณแม่คงเข้าใจ (และทำใจได้) แล้วว่าความซุกซนของเจ้าตัวเล็กนั่นก็คือ "พัฒนาการที่สมบูรณ์ของเขานั่นเอง" จาก : MODERNMOM |